ความเชื่อเกี่ยวกับนก นกแสก อีกา นกกาเหว่า

 

คราวก่อนพี่ผ้าเคยเขียนบทความความเชื่อเกี่ยวกับงูจงอางไปแล้ว วันนี้เปลี่ยนมาเป็นความเชื่อเกี่ยวกับสัตว์ที่คนไทยเราพบเจอได้ทั่วไปมากกว่า อย่างนกกันค่ะ นกเป็นสัตว์ที่ปรากฎตัวในวัฒนธรรรมไทยเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นนิทานพื้นบ้าน เรื่องเล่า ตำนาน หรือวรรณคดี แถมบางครั้งยังมีการจินตนาการเอานกไปแต่งเติมเป็นสิ่งมีชีวิตใหม่ ๆ เช่น กินรี หรือกินนรอีกต่างหาก แต่ถ้าหากพูดถึงด้านความเชื่อ นกที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีก็คงหนีไม่พ้น “นกแสก” บทความนี้พี่ผ้าจึงจะมาเล่าความเชื่อเกี่ยวกับนกให้ฟังกันค่ะ เรื่องไหนจริง เรื่องไหนจ้อจี้ ตามไปอ่านกันโลด

ความเชื่อเกี่ยวกับนก นกแสก อีกา นกกาเหว่า

นกแสก: ได้ยินเสียงร้อง แปลว่าจะมีคนตาย

ความเชื่อแรกที่คนเฒ่าคนแก่เล่ามักต่อกันมา นั่นก็คือความเชื่อที่ว่า หากนกแสกบินไปเกาะที่บ้านใครแล้วส่งเสียงร้อง บ้านนั้นจะมีคนตาย จนหลายคนก็ขนานนามนกแสกว่าเป็นนกแห่งความตาย และเชื่อว่าเป็นลางร้ายถ้าหากได้พบเห็น ซึ่งถ้าหากใครเคยเห็นหน้าตาของเจ้านกชนิดนี้จริง ๆ ก็คงจะพอเข้าใจว่าทำไมมันถึงเป็นที่หวาดกลัวของผู้คนนัก เพราะนกแสก หรือนกเค้าแมวนั้นมีดวงหน้าสีขาว และดวงตากลมโตสีดำ บางคนก็ว่าหน้าตาคล้ายมนุษย์ แถมยังชอบออกหากินเฉพาะตอนกลางคืน เรียกได้ว่าถ้าหันไปเจอตอนมืด ๆ ก็ต้องมีแอบตกใจกันอยู่บ้าง

นอกจากนี้ นกแสกยังมีเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ โดยฟังดูคล้ายกับเสียงกรีดร้องดัง ๆ เมื่อรวมกับหน้าตาสุดประหลาดของมัน จึงไม่แปลกเลยที่คนสมัยก่อนจะรู้สึกกลัวนกชนิดนี้ และเชื่อมโยงมันเข้ากับความเชื่อเกี่ยวกับความตายในที่สุด ทว่าในความเป็นจริง นกแสกเป็นหนึ่งในศัตรูทางธรรมชาติของหนูนา รวมถึงสัตว์ตัวเล็ก ๆ เช่น กระรอก กระแต ซึ่งชอบอาศัยอยู่ตามสวนตามไร่ และมักจะคอยกัดกินพืชผลของเกษตรกร การมีอยู่ของมันจึงนับได้ว่าเป็นประโยชน์มากกว่าโทษ จนเกษตรกรบางรายก็ถึงกับสร้างบ้านไว้ให้นกแสกอาศัยในสวนของตนเอง เพื่อให้คอยกำจัดสัตว์ฟันแทะต่าง ๆ ที่ทำให้ผลิตผลเสียหาย

ดังนั้น ความเชื่อที่ว่าหากได้ยินเสียงนกแสกร้องที่บ้านไหน บ้านนั้นจะมีคนตาย จึงไม่มีเหตุผลมารองรับแต่อย่างใดนะจ๊ะ

 

ความเชื่อเกี่ยวกับนก นกแสก อีกา นกกาเหว่า

อีกา: สัญลักษณ์ของยมทูตและความตาย

นกอีกชนิดที่ถูกเชื่อมโยงเข้ากับความตาย ก็คืออีกาหรือนกกานั่นเองค่ะ และความพิเศษคือ อีกาไม่ได้ถูกเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความตายเพียงแค่ในวัฒนธรรมไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นที่รู้จักในวัฒนธรรมตะวันตกด้วยเช่นกัน ทั้งตำนานปกรณัมเทพโบราณ หรือแม้แต่ในสื่อสมัยใหม่ ก็มักจะใช้อีกาเป็นตัวแทนของยมทูต ความตาย ความโชคร้าย ลางไม่ดี ตลอดจนความน่ากลัว เหตุผลก็เพราะมันเป็นนกที่มีจำนวนมาก สามารถพบเห็นได้ทั่วไปไม่ว่าจะชนทบทหรือในเมือง อยู่คู่กับวิถีชีวิตมนุษย์มาเป็นเวลานาน รวมถึงลักษณะของมันที่มีขนาดใหญ่ ขนสีดำมันปลาบทั่วทั้งตัว และส่วนใหญ่มีนิสัยค่อนข้างก้าวร้าว ไม่กลัวคน นอกจากนี้ อีกเหตุผลที่ทำให้อีกาดูน่ากลัวจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความตาย นั่นก็เพราะมันเป็นนกที่กินได้แทบทุกอย่าง ทั้งที่ยังมีชีวิตหรือเป็นซากศพไปแล้วก็ตาม ในอดีตเมื่อมีคนเสียชีวิต โดยเฉพาะในสงคราม ศพมักจะถูกทิ้งไว้กลางแจ้ง และกลายเป็นอาหารให้นกกาเหล่านี้จิกกินนั่นเอง

นอกจากเป็นสัญลักษณ์ของความตายแล้ว ไทยเราก็ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับอีกา คล้าย ๆ กันกับนกแสก คือ หากได้ยินเสียงอีการ้องใกล้ ๆ หมายความว่าจะเกิดเหตุร้าย นำพาความโชคร้ายหรือความทุกข์มาให้ นั่นเป็นเพราะโดยปกติแล้ว อีกาไม่ใช่นกที่จะร้องเรื่อยเปื่อยเหมือนนกกระจิบหรือกระจาบ การโดน “อีการ้องทัก” จึงกลายเป็นเหตุการณ์ที่คนเฒ่าคนแก่ว่ากันว่าเป็นลางไม่ดี แต่ก็ไม่ได้มีเหตุผลมารองรับ และเป็นความเชื่อส่วนบุคคลเช่นเดียวกับนกแสก

แต่เห็นหน้าตาน่ากลัว แถมยังดุร้ายแบบนี้ รู้ไหมคะว่าจริง ๆ แล้วอีกาเป็นนกที่ฉลาดที่สุดในโลก โดยงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าสติปัญญาของมันสามารถแก้ปัญหาได้เร็วกว่าเด็ก 8 ขวบด้วยซ้ำ แถมยังสามารถแยกแยะสี จดจำคำศัพท์ และพูดได้เหมือนนกแก้วอีกด้วย

 

ความเชื่อเกี่ยวกับนก นกแสก อีกา นกกาเหว่า

นกกาเหว่า: ฝันเห็นกาเหว่า ว่ากันว่าจะมีโชคลาภ

อ่านความเชื่อเกี่ยวกับความตายมาเยอะแล้ว มาถึงนกชนิดสุดท้ายที่เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีกันบ้าง กาเหว่า หรือดุเหว่า เป็นนกที่เชื่อว่าหากฝันเห็นแล้วจะนำพาโชคลาภทั้งเรื่องเงินทอง และด้านหน้าที่การงานมาให้ ซึ่งความเชื่อนี้ค่อนข้างขัดกับความเป็นจริงอยู่พอสมควร เนื่องจากพฤติกรรมตามธรรมชาติของมัน แม่นกกาเหว่าจะไม่ฟักไข่เอง แต่จะไปไข่ทิ้งไว้ในรังของนกกา และอาศัยแม่กาเลี้ยงลูกให้จนเติบใหญ่พอจะบินออกจากรังได้ ดังเช่นในเพลงกล่อมเด็กดั้งเดิมของไทยที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดี “กาเหว่าเอย ไข่ไว้ให้แม่กาฟัก แม่กาก็หลงรักคิดว่าลูกในอุทร…” โดยในทางวิทยาศาสตร์เรียกพฤติกรรมลักษณะนี้ว่า “นกปรสิต”

เหตุผลที่ทำให้ความเชื่อเกี่ยวกับนกกาเหว่าเป็นไปในเชิงบวกมากกว่านกแสกหรือนกกา เป็นเพราะนกชนิดนี้ปรากฎอยู่ในศาสนาบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชาดกของพุทธศาสนา ทั้ง “กุณาลชาดก” และ “สุชาตาชาดก” ซึ่งพระพุทธเจ้ายกตัวอย่างนกกาเหว่ามาเปรียบเทียบกับนกกระแตแต้แว้ด เพื่อเป็นหลักคำสอนว่า คนที่พูดจาอ่อนน้อม สุภาพ น่าฟัง แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะไม่ดีเท่า ทว่าจะได้เป็นที่รักมากกว่าคนที่รูปลักษณ์ดีแต่พูดจาไม่น่าฟัง เช่นเดียวกับดุเหว่าที่มีสีดำ มีจุดลายพร้อยทั้งตัว แต่ขับขานเสียงไพเราะยิ่งกว่านกกระแตแต้แว้ดที่มีขนสวยงามมากกว่าเสียอีก

 

เป็นยังไงบ้างคะกับทั้ง 3 เรื่องราวเกี่ยวกับนกชนิดต่าง ๆ ที่พี่ผ้านำมาเล่าให้ฟังกัน หวังว่าจะช่วยให้คุณผู้อ่านได้แง่มุมใหม่ ๆ เกี่ยวกับความเชื่อของคนไทยมากขึ้น หากชื่นชอบก็สามารถติดตามบทความอื่น ๆ ได้ที่เพจหวยเฮงเฮง และเช่นเคยก่อนจะลากันไป ขอใส่เครื่องหมายดอกจันตัวใหญ่ ๆ ไว้ว่า ความเชื่อเหล่านี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล และพี่ผ้าเพียงนำมาเขียนวอเคราะห์เปรียบเทียบกับความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้มีเจตนาจะดูหมิ่นหรือดูถูกความเชื่อใด ๆ ทั้งนั้นนะจ๊ะ