หากพูดถึงร่างทรงคงนี้ไม่พ้นเรื่องการใบ้หวย และการทำนายทายทักดุจมีตาทิพย์ ประหนึ่งว่าติดตามเราไปทุกที่ จนกลายเป็นเรื่องเหลือเชื่อ และเป็นกระแสในสังคมไทยเราอยู่ไม่น้อย เมื่อมีประเด็นร่างทรง 4G ที่เอาแต่นั่งสั่นๆ จนคนดูขบขันว่าเป็นการแสดง เป็นของปลอม และหลอกลวงชาวบ้าน แน่นอนว่าย่อมมีกระแสสวนกลับจากอีกฝ่ายว่าอย่าลบหลู่ ร่างทรงนั้นมีจริง ถึงแม้จะพิสูจน์ไม่ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ก็ตาม แต่ร่างทรงก็ยังคงอยู่ในสังคมไทยมาทุกยุคทุกสมัยแบบชนิดที่ว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพในสังคมไปแล้ว เอาจริงๆ ก็คงมีทั้งของจริง และของเก๊ปะปนกันไป แต่เราจะรู้และแยกระหว่างของจริงกับของปลอมยังไงอันนี้คงต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนบุคคล และความน่าเชื่อถือของร่างทรงแต่ละสำนัก

ร่างทรงหรือหมอเดา

ร่างทรงบางคนก็เข้าข่ายว่าเป็นหมอเดาเพราะเอาแต่พูดเรื่องปัญหาของคนที่เป็นเบสิกพื้นฐานอยู่แล้ว อย่างเช่นเป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่ดูทุกข์ร้อนใจไปหาร่างทรง ก็อาจแปลได้ว่าหญิงคนนั้นอาจมีปัญหาครอบครัว พอร่างทรงพูดปลายเปิดออกมาแบบนี้ แล้วหากใช่ หญิงคนนั้นก็จะเริ่มพูดในส่วนที่ตัวเองทุกข์ร้อนขึ้นมาจริงๆ เล่าเหตุการณ์ให้ร่างทรงฟัง ทีนี้แหละ ร่างทรงก็จะสามารถเดาได้ไม่ยากว่าควรจะพูดเรื่องอะไรต่อไปให้ตรงใจกับผู้ที่อยากรู้ เพราะโดยพื้นฐานปัญหาครอบครัวก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง แฟนไปมีกิ๊ก ทะเลาะกัน เริ่มไม่ถูกใจกัน สงสัยในตัวของอีกฝ่าย มันก็มีอยู่เท่านี้แหละประเด็น ถามให้ถูกจุด รู้จัก Pain Point หรือจุดเจ็บปวด จุดที่เป็นปัญหาของลูกค้าเราก็สามารถตอบโจทย์ความต้องการของเขาได้ไม่ยาก เรียกได้ว่าคนเป็นร่างทรงก็ต้องรู้เรื่อง Marketing ประมาณหนึ่งเลยแหละ ทีนี้ทุกท่านคงพอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหมคะ ว่าหลักการการเป็นร่างทรงนั้นจะมีการทำงานประมาณไหน  อันนี้ไม่ได้ลบหลู่เพียงแต่ชี้ให้เห็นว่า มันก็คล้ายๆ กับการเดาและอาศัยการพูดให้ผู้ฟังคล้อยตาม จนเกิดความเชื่อนิดหน่อยเท่านั้น ส่วนที่เป็นของจริงเราก็ขอไม่แตะเพราะอาจมีเทพองค์ใดองค์หนึ่งมาประทับอยู่จริงก็ได้

มุมมองของร่างทรง

แต่!! ถ้าเรามองอีกมุมอย่างตามความเป็นจริง สำนักนี้อาจจะบอกว่าผู้ประทับร่างนั้นเป็น ท้าวเวสสุวัณ แต่ไม่ได้มีแค่สำนักเดียวที่บอกว่าเป็นท้าวเวสสุวัณนึกออกไหมคะ ขอโทษที่จะต้องตั้งคำถามว่า ทั่วประเทศมี 77 จังหวัด ยังไม่นับย่อยเป็นอำเภอหรือตำบล เทพองค์นี้จะประทับทรงได้พร้อมๆ กันหรือไม่ หรือท่านแยกร่างได้ หรือท่านมีองค์อวตารหลายองค์ อันนี้ก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงเพียงแต่ฝากไว้ให้คิด ถ้าท่านต้องทำงานหนักขนาดนั้น รับฟังปัญหาของมนุษย์ไม่เว้นแต่ละวัน ก็อาจจะมีเออเรอร์ได้เหมือนกันจริงไหมคะ? 

ส่วนเรื่องการใบ้หวย มีเทพองค์ไหนใบ้หวยได้จริงไหม ถ้ามีจริงทุกคนคงไม่ต้องทำงาน และรอให้เทพมาบอกหวยเท่านั้นก็จบแล้ว ซึ่งจริงๆ ก็อาจจะมีแหละแต่ท่านไม่ได้ให้ตรงๆ ร่างทรงส่วนใหญ่จากที่เคยเห็นก็มักจะใช้น้ำตาเทียนหยดลงบนขันน้ำมนต์ หรือเขียนเป็นตัวเลขติดๆ กันให้ไปเดา ไปแปลตัวเลขกันเอาเอง บางคนก็ถูก บางคนก็ไม่ถูก แบบนี้จะเรียกว่าอะไรล่ะ ? หรือบางงวดก็อาจพากันถูกหมด โดยไม่รู้สาเหตุ บ้างก็ให้เหตุผลว่ามันขึ้นอยู่กับเวรกรรมของแต่ละคน ตาดีได้ ตาร้ายเสีย อะไรประมาณนั้น มันก็เป็นลูปอยู่อย่างนี้ เป็นข้อเท็จจริงที่อาจไม่ได้มีใครอยากให้พิสูจน์ เพราะปักใจเชื่อไปแล้วว่าใช่ ถูกต้อง มันเป็นแบบนั้นมาแล้ว 

ความเชื่อที่เกี่ยวกับร่างทรง

ร่างทรงคือผู้ที่ติดต่อสื่อสารกับโลกหลังความตายได้ และสามารถช่วยบอกแนวทางชี้แนะ แก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง จากที่เราเห็นตามข่าวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหาย คนจมน้ำ หาศพไม่เจอ ไปหาร่างทรง ร่างทรงจะสามารถบอกคุณได้ว่าศพอยู่ที่ไหน หรือใครโดนของ โดนผีเข้า ร่างทรงก็ช่วยให้คนผู้นั้นหลุดรอดจากบ่วงไสยศาสตร์นั้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ จึงไม่แปลกที่ร่างทรงในความคิดของแต่ละคนจะเป็นผู้ที่มีวิชา น่าเกรงขาม น่ากลัว และมักจะมีท่าทางที่ผิดแปลกออกไปจากมนุษย์ มีอาการสั่น  หรือเสียงเปลี่ยนไปตามเทพที่ประทับ ถ้าถามว่าหมอดูกับร่างทรงต่างหรือเหมือนกันตรงไหน ก็คงจะเหมือนตรงสามารถทำนายทายทักอดีต ปัจจุบันและอนาคตได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างไปคือร่างทรงนั้นคือมีอีกหนึ่งวิญญาณมาอยู่ในร่างของคนทรง และสามารถติดต่อสื่อสารกับวิญญาณได้นี่แหละค่ะที่สำคัญ หมอดูจะมีศาสตร์เกี่ยวกับดวงดาว เข้ามาเกี่ยวข้องเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสาขาวิชาที่หลายคนให้ความสนใจกันเลยทีเดียวค่ะ 

ความเชื่อร่างทรงในปัจจุบัน

ปัจจุบันความน่าเชื่อถือของร่างทรงเริ่มเสื่อมคลายลง เพราะอาจจะเป็นเพราะมีมิจฉาชีพที่แสร้งทำเป็นร่างทรงเยอะขึ้น หาผลประโยชน์บนความทุกของผู้อื่น อีกอย่างโลกยุคใหม่ทุกคนเข้าถึงสื่อโซเชียลได้มากขึ้น ทุกคนได้รับการศึกษาแล้วทำความเข้าใจว่าควรเชื่อแต่พอดี แต่รู้จักยับยั้งอารมณ์ไม่ให้คล้อยตามจนถูกชักจูงโดยง่าย อันไหนของจริงอันไหนแสดงก็พอจะดูออก เมื่อพบว่ามีมิจฉาชีพมีมากกว่าของจริงคนก็เลยเริ่มเสื่อมศรัทธากับร่างทรง ที่เมื่อคนพูดถึงก็จะนึกได้แต่เรื่องหลอกลวง ตำนาน และเรื่องที่เล่าต่อกันมาท่านั้น

ที่มาที่ไปของร่างทรง

ทุกอย่างมีเหตุและผล มีที่มาและที่ไป จงเชื่อในสิ่งที่เห็น ไม่ใช่สิ่งที่ได้ยินมา แล้วจงใช้สติพนิจพิจารณาให้แน่ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามีแก่นสาร และความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน สิ่งที่ไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มี และสิ่งที่เห็นก็ไม่ได้แปลว่ามีอยู่จริง การกระทำและความดีของเราที่จะช่วยให้เรารอดพ้นจากสิ่งไม่ดีทั้งปวง ชีวิตของคนเราก็มีอยู่เพียงแค่ 3 วันเท่านั้น คือเมื่อวาน วันนี้และวันพรุ่งนี้ ตราบใดที่เรามั่นใจว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องแล้วก็ไม่มีอะไรต้องกลัว ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าใจของคนเรา ร่างทรงไม่ใช่ทุกอย่างของโลกใบนี้ และในโลกใบนี้ร่างทรงก็คือสิ่งมีชีวิตสิ่งหนึ่งเท่านั้น ที่ไม่ได้มีผลทำให้โลกแตก เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และที่สำคัญ ไม่ได้มีผลต่อความสำเร็จในชีวิตของเราด้วยซ้ำ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสบายและความสะดวกใจของแต่ละท่านว่าอยากจะเชื่อเพื่อที่จะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในชีวิตอันนี้ก็ไม่สามารถที่จะห้ามได้ เพราะมันเป็นความเชื่อส่วนบุคคลจริงๆ ค่ะ