ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปจนเทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกลแล้ว ทว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่อธิบายด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ก็ยังมีอยู่เสมอ โดยเฉพาะในสังคมชนบทที่คนยังนับถือภูตผีอยู่ บทความก่อนหน้านี้พี่ผ้าเคยเล่าตำนานเกี่ยวกับเทพเจ้าอย่างพระแม่ธรณีไปแล้ว บทความนี้เรามาอ่านตำนานเรื่องผีกันบ้างดีกว่าค่ะ

ปอบ หรือผีปอบ เป็นความเชื่อพื้นบ้านที่สายมูหลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดี เพราะมักจะถูกนำเสนอผ่านสื่อหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นข่าว สารคดี ละคร หรือภาพยนตร์ อย่างบ้านผีปอบที่โด่งดังในสมัยก่อน หรือหนังเรื่องหลวงพี่กะอีปอบที่เพิ่งเข้าโรงไปเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เห็นว่าถึงแม้เวลาจะผ่านไปหลายยุคสมัย และเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทอย่างไร แต่ความเชื่อเรื่องปอบก็ยังคงอยู่ และไม่มีทางหายไปจากชีวิตคนไทยง่าย ๆ แน่นอน

 

 

ผีปอบคืออะไร?

ผีปอบเป็นวิญญาณร้ายชนิดหนึ่งในความเชื่อของทางภาคอีสาน เป็นผีร้ายที่ไม่มีร่างเป็นของตัวเอง ต้องอาศัยสิงสู่อยู่ตามสิ่งของ หรือสิ่งมีชีวิต หากสิงในร่างมนุษย์และสัตว์ได้ก็จะบังคับให้เจ้าของร่างเกิดความหิวโหย กระหายเลือด อยากกินของสด ของดิบอยู่ตลอดเวลา รวมถึงจะกัดกินตับไตไส้พุงของเจ้าของร่างที่สิงสู่อยู่จากข้างในจนเสียชีวิตในที่สุด คนที่ถูกผีปอบเข้าสิงมักจะมีอาการไม่ปกติ ผิดแปลกไปจากธรรมดา โมโหร้ายมากขึ้น ควบคุมตัวเองไม่ได้ พูดจาไม่รู้เรื่อง และมักเก็บตัวอยู่คนเดียว หลีกหนีจากสังคม

ความเชื่อเกี่ยวกับการมีอยู่ของผีปอบนั้นค่อนข้างหลากหลาย แตกต่างไปตามแต่ละชุมชน บ้างก็ว่าหากเจ้าของร่างตาย ผีปอบที่สิงอยู่ก็จะตายไปด้วย บ้างก็ว่าเมื่อกัดกินเครื่องในจนอิ่มหนำแล้ว ผีปอบก็จะย้ายไปสิงสู่ร่างอื่นอีกเรื่อย ๆ ทำให้เกิดเหตุการณ์คนเสียชีวิต สัตว์เลี้ยงตายโดยไม่ทราบสาเหตุพร้อม ๆ กัน สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในหมู่บ้านจนกว่าะมีการสะกดหรือปัดเป่าวิญญาณออกไป

 

ขอบคุณภาพจาก มติชนออนไลน์

 

ผีปอบเกิดจากอะไร?

ต้นกำเนิดของผีปอบมีที่มาจากหมอผี หมอธรรม รวมถึงคนทั่วไปที่ร่ำเรียนวิชาไสยศาสตร์ เวทมนตร์เหนือธรรมชาติบางอย่าง อาจจะแกร่งกล้าสามารถ หรือแค่เคยเรียนคาถาอาคมง่าย ๆ อย่างเช่น เมตตามหานิยม ที่เรารู้จักกันว่าเป็นการทำเสน่ห์ให้คนลุ่มหลง เอ็นดู หรือคาถาข้าวขึ้นคุ้ม ซึ่งคล้ายกับการทำขวัญข้าวเพื่อให้ผลผลิตงอกงาม และเป็นที่นิยมมากในแถบภาคอีสานที่คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร

เหล่าคนที่มีคาถาอาคมเหล่านี้ จำเป็นต้องมีข้อห้ามเพื่อไม่ให้เกิดการ ‘ผิดผี’ เช่น ห้ามกินข้าวในงานศพ ห้ามลอดใต้ราวตากผ้า เป็นต้น หากทำผิดผี หรือใช้ไสยศาสตร์ในทางที่ผิดเมื่อไหร่ ก็มีโอกาสที่ของจะเข้าตัว และทำให้คน ๆ นั้นกลายเป็นผีปอบได้ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อพื้นบ้านในบางท้องที่ก็มีเล่าขานมาเช่นกัน ว่าปอบเกิดจากผีพราย ผีตายโหง หรือวิญญาณร้ายที่เกิดจากการปลุกเสกขึ้นมา

สื่อไทยทั้งละครและหนังหลาย ๆ เรื่อง เช่น หลวงพี่กะอีปอบ หรือบ้านผีปอบที่พี่ผ้ายกตัวอย่างไปตอนต้น มักนำเสนอผีปอบออกมาเป็นผู้หญิงแก่ มีพฤติกรรมแปลกประหลาด ลึกลับ เก็บตัวอยู่คนเดียวไม่สุงสิงกับใคร ทำให้คนจดจำว่าปอบมักจะต้องมีลักษณะแบบนั้น แต่ในความเป็นจริงผีปอบสามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย และบางครั้งก็ไม่ได้อาศัยอยู่เฉพาะในร่างคนหรือสิ่งมีชีวิตอย่างเดียว แต่อาจสิงสู่อยู่ในสิ่งของ เช่น สีผึ้ง หรือก้อนขี้ผึ้งที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ด้วย

 

ขอบคุณภาพจาก Youtube Channel: Eager of Know

 

“เซียงข้อง” พีธีกรรมขับไล่วิญญาณผีปอบ

เมื่อชาวบ้านสงสัยว่าในชุมชนอาจมีผีปอบอยู่ จะมีการเรียกหมอผีหรือหมอธรรมมาทำพิธี “จับปอบ” โดยพิธีนี้ทางภาคอีสานจะเรียกว่า เซียงข้อง เซียงข่อง หรือเสี่ยงฆ้อง โดยให้ผู้ชายสองคนจับไม้สองท่อนที่ส่วนปลายถูกผูกติดกันไว้ จากนั้นไม้จะแกว่งไปมาเพื่อนำทิศทางไปสู่สถานที่ที่วิญญาณปอบสิงสู่อยู่ หากไม้นำทางไปหาคน คนคนนั้นจะต้องถูกนำตัวมาทำพิธีไล่ผีต่อไป แต่หลาย ๆ ครั้งไม้ดังกล่าวก็นำทางไปสู่อย่างอื่นที่ไม่ใช่คน เช่น สัตว์เลี้ยง หรือสิ่งของ เช่น สีผึ้งที่ถูกทิ้งไว้ในศาลพระภูมิ เป็นต้น

บางครั้งการทำพิธีเซียงข้องก็ไม่ทำให้หาตัวปอบเจอได้เสมอไป กรณีที่หาตัวปอบไม่เจอ ก็จะมีการนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีปัดเป่ารังควาน สวดมนต์เพื่อปกป้องหมู่บ้าน มีการปักเขต 4 ทิศ หรือ 8 ทิศ ล้อมด้วยสายสิญจน์เพื่อคุ้มครองคนในชุมชน เช่นเดียวกับพิธีปัดรังควาน ทำขวัญเสริมดวงชะตาที่ปฏิบัติกันทั่วไปในพุทธศาสนา

 

ขอบคุณภาพจากรายการตอบโจทย์ Thai PBS

 

ผีปอบเป็นเรื่องจริงหรือแค่งมงาย?

ความเชื่อเรื่องผีปอบส่วนใหญ่มักปรากฎเฉพาะในท้องถิ่นชนบท ห่างไกลจากเทคโนโลยี และพบได้ค่อนข้างน้อยในสังคมคนเมือง ทำให้หลายคนอาจคิดว่าปอบเป็นเรื่องที่ชาวบ้านงมงายไปเองเพราะขาดการศีกษา แต่จากการศึกษาเชิงวิชาการกลับพบว่าความเชื่อนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะปัจจัยด้านการศึกษาอย่างเดียวเท่านั้น ดร.กัญญา วัฒนกุล อาจารย์จากศูนย์ไทยศึกษา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ข้อคิดเห็นในเรื่องนี้ไว้ว่า การที่มีคนตายโดยไม่ทราบสาเหตุนั้นสร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้านในชุมชน โดยส่วนใหญ่แพทย์แผนปัจจุบันมักระบุสาเหตุการตายในเชิงวิทยาศาสตร์ว่าหัวใจวาย หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันขณะนอนหลับ หรือที่รู้จักกันว่า “ไหลตาย” รวมถึงสาเหตุอื่น ๆ ตามแต่จะระบุได้

ทว่าในมุมมองของชาวบ้าน หลายครั้งผู้เสียชีวิตเป็นคนในชุมชนที่เห็นหน้าค่าตากันเสมอ และดูแข็งแรงไม่ได้มีโรคภัยไข้เจ็บอะไร แต่แพทย์กลับไม่สามารถอธิบายได้ว่า เพราะเหตุใดคนที่ร่างกายแข็งแรงมาตลอดจึงหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ทำให้ถึงแม้จะมีการระบุสาเหตุการเสียชีวิตได้ในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่เหตุผลเหล่านั้นก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ชาวบ้านเชื่อถือ และสบายใจได้ว่าอาการนั้นจะไม่เกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนในครอบครัวของเขา ความเชื่อพื้นบ้านเรื่องปอบกินเครื่องในจึงถูกยกขึ้นมาเรื่อย ๆ และจะไม่มีวันหายไป ตราบใดที่ระบบสาธารณสุขยังไม่แข็งแรงมากพอจะให้ความรู้ความเข้าใจกับคนในชุมชนนั้น ๆ ได้

 

ขอบคุณภาพจากรายการทีวีชุมชน Thai PBS

 

นอกจากนี้ ยังมีกรณีศึกษาน่าสนใจที่บ้านซ่งแย้ ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร หมู่บ้านขนาดใหญ่ที่ในอดีตเคยมีตำนานเรื่องผีปอบมาก่อน แต่ความเชื่อนั้นก็เริ่มจางหายไปตามกาลเวลา เมื่อศาสนาคริสต์เข้ามา และคนในชุมชนมากกว่า 90% หันไปนับถือคริสต์ รวมถึงกรณีศึกษาในชุมชนอื่น ๆ จากหลายจังหวัด หลายภาคที่แสดงให้เห็นว่า หากศาสนาในชุมชนนั้นเข้มแข็ง สามารถรวมให้ผู้คนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ ความเชื่อเรื่องผี ภูต พราย ปีศาจ ก็มักจะไม่ปรากฎให้เห็น

สรุปจากทั้งหมดจึงกล่าวได้ว่า ปอบอาจมีอยู่จริงหรือไม่จริงก็ได้ แต่ถ้าหากศาสนาแข็งแรง และมีระบบสาธารณสุขที่ดี สุดท้ายไม่ว่าผีประเภทไหนก็ไม่อาจทำอันตรายคนไทยได้แน่นอน

 

สุดท้ายนี้ใครอ่านบทความเกี่ยวกับผีปอบแล้วเกิดอยากดูหนังสักเรื่อง พี่ผ้าขออนุญาตขายของ หลวงพี่กะอีปอบ เรื่องราวของตำรวจหนุ่มผู้กลับบ้านเกิดเพื่อไปทำคดีการตายลึกลับ ก่อนจะได้พบกับหญิงสาวคนรักเก่าที่ถูกคนในหมู่บ้านกล่าวหาว่าเป็นปอบ ตอนนี้มีให้ดูหนังออนไลน์ได้ทาง TrueID ภาพคมชัด ขนหัวลุกแบบ HD กันไปเลยค่ะ