แมลงภู่คำ พญาภู่คำ แมลงภู่คำหลวง

 

ความเชื่อเกี่ยวกับไสยศาสตร์และพลังเหนือธรรมชาติมีอยู่ทุกประเทศทั่วโลก บ้างอยู่ในรูปแบบของลัทธิหรือศาสนา บ้างอยู่ในรูปแบบของพิธีกรรม เวทมนตร์ต่าง ๆ แต่เมื่อพูดถึงเรื่องเครื่องรางของขลัง ต้องยอมรับว่าไทยเรานับว่าเป็นประเทศที่มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความหลากหลายของวัตถุศักดิ์สิทธิ์มากมายจริง ๆ เรียกได้ว่าสามารถหยิบเอาทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวมาทำของขลังได้หมด ไม่ว่าจะเป็นคน สิ่งของ สถานที่ หรือสัตว์ แม้แต่แมลงตัวเล็ก ๆ อย่างผึ้ง ต่อ หรือแตน ยังถูกนำมาเกี่ยวโยงกับเรื่องเหนือธรรมชาติได้ นอกจากนี้ยังมีแมลงอีกชนิดหนึ่งที่ถ้าใครเป็นสายเครื่องรางของขลังต้องรู้จักเป็นอย่างดี นั่นก็คือ แมลงภู่นั่นเอง

 

สัญลักษณ์ของพระเจ้าแผ่นดิน

แมลงภู่ แมลงภู่คำ แมลงภู่คำหลวง หรือพญาภู่คำ เป็นสัตว์คู่บารมีของพระเจ้าบาเยนอง หรือบุเรงนอง กษัตริย์พม่าที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี จากประวัติศาสตร์การทำสงครามกับสยามในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตามตำนานที่เล่าสืบทอดกันมา เสลี่ยงที่พระเจ้าบุเรงนองใช้ในการออกรบทำยุทธหัตถีนั้นมีรังแมลงภู่อยู่ และเชื่อกันว่าแมลงตัวนี้เองที่ทำให้พระองค์มีชัยเหนือทุกศึก จนได้ชื่อว่าเป็นผู้ชนะสิบทิศ

ตำนานนี้ไม่ได้มีที่มาอย่างแน่ชัด แต่ตามหลักวิทยาศาสตร์ก็มีความเป็นไปได้อยู่พอสมควร เนื่องจากแมลงภู่มักทำรังโดยการเจาะเข้าไปอาศัยอยู่ในเนื้อไม้ และมักจะเป็นไม้ที่ถูกตัดออกจากต้น หรือไม่มีชีวิตแล้วเท่านั้นด้วย ในสมัยนั้นเสลี่ยงรบเองก็ทำจากไม้เช่นกัน แถมไม่มีสารเคลือบกันแมลงเหมือนปัจจุบันนี้ จึงไม่แปลกเลยถ้าจะมีตัวอะไรเจาะเข้าไปทำรัง นอกจากนี้แมลงภู่คำยังมีความสำคัญทางพุทธศาสนา เพราะเป็นสัตว์ที่บินไปนำเอาดอกกาสะลองทิพย์จากป่าหิมพานต์ มารองรัตนบัลลังก์ให้พระพุทธเจ้าในตอนที่ทรงตรัสรู้ธรรม ความผูกพันกับศาสนาของคนยุคก่อน ก็ทำให้แมลงดังกล่าวกลายมาเป็นสัตว์ที่เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ มีความใกล้ชิดกับพระศาสดา และเป็นสัญลักษณ์ของพุทธคุณ นำความดีงามมาให้ผู้ที่ศรัทธา จนกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของพระเจ้าแผ่นดินผู้เชี่ยวชาญการรบที่สุดพระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์

 

การบูชาแมลงภู่คำ

แมลงภู่คำนั้นถือได้ว่าเป็นเครื่องรางแบบครอบจักรวาล มีพลังช่วยส่งเสริมได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการงาน การเงิน ช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย นำโชคลาภมาให้ แต่ต้นตำรับของทางพม่าไทใหญ่ เชื่อว่าหากบูชาโดยเอาแช่น้ำผึ้งและดอกไม้ขาว จะช่วยมด้านความรักหรือความเมตตามากเป็นพิเศษ ปัจจุบันของขลังด้านไสยศาสตร์มีความเป็นสมัยนิยมมากขึ้น เครื่องรางแมลงภู่คำเองก็ถูกพัฒนาให้มีลักษณะสวยงาม สวมใส่ติดตัวได้ง่าย เช่น นำไปทำเป็นจี้สร้อยคอ จี้กำไลข้อมือ พวงมาลัยสำหรับห้อยหน้ารถ เป็นต้น

เช่นเดียวกับของขลังชนิดอื่น ๆ เมื่อเป็นที่นิยมมาก ก็มักจะเริ่มหาของที่มีคุณภาพได้น้อย เพราะไม่ว่าใครต่างก็ผลิตเครื่องรางเหล่านี้ออกมาขายได้ทั้งนั้น แต่แมลภู่คำที่ถูกต้องจะต้องมีลักษณะสำคัญที่เรียกว่า “5 ปะประกอบด้วย

 

  1. ปะตง
    ต้องมีรูปร่างเป็นแมลงภู่ มีส่วนหัว ปีกขนาดใหญ่ และขาพับแนบกับลำตัว ปัจจุบันมีการดีไซน์แมลงภู่ให้หน้าตาเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ เช่น ทำผิวขรุขระ หรือลดทอนรายละเอียดให้ดูมินิมอลมากขึ้น แต่ปะตงตามตำราเก่าแก่ต้องเป็นแมลงเสมือนจริงเท่านั้น

  2. ปะตา หรือปรอท
    แมลงภู่คำทุกตัวต้องฝังปรอทไว้ด้านใน เราอาจรู้จักปรอทว่าเป็นธาตุโลหะที่มีสารพิษ แต่ในมุมของไสยศาสตร์ ปรอทถือเป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์คล้าย ๆ เหล็กไหล หรือบางตำราก็ว่าปรอทและเหล็กไหลคือธาตุเดียวกัน (แต่จริง ๆ เป็นสารคนละตัวกันนะคะ เหล็กไหลคือแร่โลหะที่มีชื่อว่าซิลิเกต) เชื่อว่าถือครองแล้วจะช่วยให้ฟันแทงไม่เข้า แคล้วคลาดปลอดภัย อีกทั้งในการได้มาซึ่งปรอท ยังต้องมีพิธีการล่อหรือตัดปรอทด้วย เพราะเชื่อว่าธาตุนี้มีชีวิตจิตวิญญาณ

  3. ปะต๊อก หรือไม้ประดู่แดง
    จำเป็นต้องใช้ไม้ประดู่แดง เนื่องจากเป็นไม้เนื้อแข็ง ทำให้ตัวเครื่องรางทนทาน ไม้ชนิดนี้มักถูกนำไปประกอบเป็นอาวุธ หรือปลูกสร้างบ้านเรือนเช่นกัน

  4. ปะตอง หรือดุมล้อ
    ดุมล้อเทียมเกวียน คือ ไม้ส่วนวงกลมตรงกลางที่ยึดข้อต่อล้อให้สามารถหมุนไปข้างหน้าได้ ที่ต้องใช้ไม้จากดุมล้อเป็นเพราะความเชื่อว่า ชีวิตและการงานจะได้ก้าวหน้าเหมือนล้อเกวียนที่เคลื่อนที่ไปด้านหน้าตลอดเวลา

  5. ปะตู่ หรือไม้มะเขือบ้า
    มะเขือบ้าเป็นพืชชนิดหนึ่งที่ชาวไทใหญ่เชื่อกันว่าช่วยส่งเสริมด้านปิยะหรือความเมตตากรุณา ไปที่ไหนก็จะมีแต่คนเอ็นดู เป็นที่รัก และยังช่วยให้มีโชคด้านความรักหรือความสัมพันธ์ต่าง ๆ และช่วยเรื่องคู่ครองด้วย

 

แม้คุณลักษณะของแมลงภู่คำล้านนาในปัจจุบันจะกำหนดไว้ว่าต้องทำจากไม้ แต่เมื่อย้อนกลับไปในสมัยพม่าโบราณ วัสดุที่นำมาทำเครื่องรางนั้นสะท้อนฐานะของผู้บูชาด้วยนะคะ โดยชาวบ้านธรรมดาทั่วไป มักจะแกะสลักแมลงภู่คำขึ้นจากไม้ ขณะที่แมลงภู่ของชนชั้นสูงอย่างพระมหากษัตริย์จะทำมาจากงาช้างแช่น้ำว่าน และถูกนำไปทำพิธีปลุกเสกอีกหลากหลายสถานที่ กว่าจะสำเร็จออกมาเป็นพญาภู่คำได้ ซึ่งกรรมวิธีเหล่านี้ก็ทำเพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ของขลังนั่นเอง

 

ถึงจะขึ้นชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มากแค่ไหน แต่พี่ผ้าต้องขอเตือนตัวโต ๆ ไว้ตรงนี้ว่าทั้งหมดเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่ได้มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ หรือหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรมารองรับว่าได้ผลจริง อีกทั้งเครื่องรางของขลังของแต่ละที่ก็มีวิธีบูชาแตกต่างกันไป ดังนั้นก่อนจะเช่ามาเป็นของตัวเองสักอัน ก็ต้องใช้วิจารณญาณ เป็นไปได้ก็เลือกเช่าจากสำนักดัง ๆ เช่น แมลงภู่คำวัดป่าแดด แมลงภู่คำวัดบ้านหลวง เป็นต้น และที่สำคัญที่สุด อย่าลืมคำนวณเงินในกระเป๋าก่อนด้วยนะ เพราะถึงแม้เครื่องรางอาจจะทำให้มีโชคลาภได้ แต่ช่วยให้เราไม่อดตายไม่ได้ค่ะ T_T