บทความก่อน ๆ พี่ผ้าเคยเขียนเกี่ยวกับความเชื่อ โชคลาง รวมถึงเรื่องหวยมาแล้ว วันนี้ถึงคิวเรื่องผีกันบ้าง แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะหลอนจนนอนไม่หลับนะคะ เพราะบทความนี้จะเล่าควบคู่ไปกับสาระน่ารู้ในเชิงวิทยาศาสตร์เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไม่ได้เล่าธรรมดา แต่จะเล่าผ่านเรื่องราวที่มาจากหนังผีที่คอหนังสยองขวัญทุกคนคุ้นเคยกันดี “The Babadook บาบาดุค ปลุกปีศาจ” นั่นเอง!

 

 

ผีใต้เตียง ความกลัวที่มากับความมืด

ตอนเด็ก ๆ เคยรีบปิดไฟแล้วกระโจนขึ้นเตียงเพราะกลัวผีมาดึงขากันไหมคะ? ถึงแม้พอโตขึ้นแล้วเราจะรู้ว่าไม่มีอะไรอยู่ข้างใต้นอกจากขี้ฝุ่นกับใยแมงมุม แต่บางครั้งเราก็ยังรู้สึกผวา ๆ กับพื้นที่ตรงนั้นอยู่ดี เหตุผลหลักที่ทำให้เรารู้สึกแบบนั้นก็เป็นเพราะความมืดนั่นเอง และความกลัวความมืดนี่แหละที่ถูกหนังผี หนังแนวทริลเลอร์ ระทึกขวัญ รวมถึงซีรีส์และละครหลาย ๆ เรื่องหยิบยกมาใช้เล่นกับความรู้สึกคนดู สังเกตว่าหนังหรือละครสยองขวัญแต่ละเรื่อง ผีมักจะปรากฎกายในตอนกลางคืนเป็นส่วนใหญ่ The Babadook เองก็เป็นอีกเรื่องที่ผีมาพร้อมกับความมืดเช่นเดียวกัน

 

 

บาบาดุค ปลุกปีศาจ เล่าเรื่องราวของนางพยาบาลสาว “เอมิเลีย” ผู้สูญเสียสามีผู้เป็นที่รักไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ขณะที่เขาขับรถเพื่อพาเธอที่ตั้งครรภ์จวนจะคลอดไปโรงพยาบาล เอมิเลียรอดจากอุบัติเหตุครั้งนั้น และให้กำเนิดลูกชายที่ชื่อว่า “แซม” ได้สำเร็จ แต่เธอก็ใช้ชีวิตที่เหลือด้วยความเหงาและเศร้าเสียใจจากการตายของสามี หลายปีผ่านไป เด็กชายแซมโตขึ้นเป็นหนุ่มน้อยช่างจินตนาการ เขาก็เหมือนกับเด็ก ๆ ทั่วไปที่กลัวความมืด และคิดเสมอว่าในตู้เสื้อผ้า ใต้เตียง หรือตรงมุมมืดของห้องต้องมีปีศาจผีสิงสถิตย์อยู่ เอมิเลียจึงต้องพาแซมไปเช็คตามมุมต่าง ๆ ก่อนเข้านอนเป็นประจำ เพื่อให้เด็กน้อยเข้านอนได้ด้วยความมั่นใจ

วันหนึ่งแซมได้ขอให้เอมิเลียอ่านนิทานให้ฟังก่อนนอน หนังสือที่แซมเลือกมาคือเรื่อง “Mister Babadook” ปีศาจตัวสีดำ หน้าสีขาว มีกรงเล็บยาว คอยอาศัยอยู่ตามมุมมืดของบ้านคน หลังจากอ่านจบ สองแม่ลูกก็เริ่มพบเจอเหตุการณ์แปลก ๆ ในบ้าน จนกระทั่งถูกหลอกหลอนจากผีที่อยู่ในหนังสือในที่สุด

อ่านเรื่องย่อของบาบาดุคแล้วทุกคนอาจจะคิดว่านี่ก็แค่หนังผีธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วเรื่องนี้แฝงสัญญะเกี่ยวกับอาการทางจิตวิทยาของคนเราไว้อย่างน่าสนใจทีเดียวค่ะ

 

The Babadook ไม่ใช่หนังผี แต่เป็นหนังจิตวิทยา?

ตั้งแต่ต้นเรื่อง เราจะสังเกตได้ว่าหนังพยายามแฝงสัญญะหลาย ๆ อย่างที่แสดงถึงความผิดปกติทางจิตใจของเอมิเลียผู้เป็นแม่ไว้ ตั้งแต่ลักษณะการแต่งกายที่ดูไม่ได้รักสวยรักงามตามแบบผู้หญิงทั่วไป แต่กลับปล่อยให้ตัวเองโทรมลงเรื่อย ๆ การที่สนามหญ้าหน้าบ้านดูรกรุงรังเหมือนไม่ได้ผ่านการดูแลตัดแต่งมานาน หรือแม้แต่ฉากที่เอมิเลียเจอรูปสามีของเธอโดยบังเอิญ และร้องไห้ออกมาอย่างหนักราวกับว่าเธอยังลืมเขาไม่ได้ ทั้งหมดทำให้เห็นว่าตัวเอกยังคงเจ็บปวดจากการสูญเสียอยู่

 

 

หลาย ๆ องค์ประกอบ หลาย ๆ เหตุการณ์ชี้ให้เห็นว่าเธอน่าจะอยู่ในอาการซึมเศร้า ซึ่งอาจเป็นอาการที่เรียกว่า Postpartum Depression หรือภาวะซึมเศร้าหลังคลอด เนื่องจากโดยปกติหลังคลอดบุตร ฮอร์โมนในร่างกายคนเราจะตกลงค่อนข้างเยอะ ส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึก บวกกับเรื่องที่แซมกลัวปีศาจในห้องมาก ๆ (ซึ่งจริง ๆ เป็นความกลัวปกติของเด็ก) ทำให้สุดท้ายเอมิเลียซึมเศร้าหนักจนถึงขั้นเห็นภาพหลอดเป็นผีบาบาดุคนั่นเอง ซึ่งอาการนี้ไม่ใช่แค่ฝรั่งเท่านั้นนะคะที่เป็น คนไทยเองก็เผชิญกับภาวะนี้เช่นกัน ทั้งซึมเศร้าหลังคลอดบุตร และซึมเศร้าธรรมดา จึงเป็นที่มาของความเชื่อที่ว่า “ใครที่จิตใจอ่อนแอจะถูกผีสิง” นั่นเอง

 

ทำไมเวลาคนเราจิตตกถึงถูกผีสิงง่าย?

สมองมนุษย์เป็นอวัยวะที่มีระบบการทำงานซับซ้อนมาก เต็มไปด้วยสารเคมีและประจุไฟฟ้าที่เรามองไม่เห็นมากมาย บางส่วนก็ถูกกำหนดด้วยฮอร์โมนในร่างกาย ดังนั้นหากมีองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งทำงานผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ก็อาจก่อให้เกิดความผิดปกติในการแสดงของคนได้ โดยเรามักเรียกอาการนี้ว่า ความผิดปกติทางจิตเวช หรือการป่วยทางจิต (Mental Disorder) ซึ่งผลของการป่วยทางจิตนี้มีได้หลากหลายแบบ ทั้งหงุดหงิด โมโหง่าย รู้สึกเศร้าโดยไร้สาเหตุ หรือหนัก ๆ ก็อาจเห็นภาพหลอน ไปจนถึงพยายามฆ่าตัวตายได้ อาการป่วยทางจิตจึงเป็นช่วงเวลาที่สมองคนเราอ่อนแอที่สุด และเมื่อจิตใจไม่แข็งแรง ความกลัวที่อยู่รอบตัวก็จะเด่นชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลัวความมืด กลัวแมลง รวมถึงกลัวผีด้วย ความเชื่อที่ว่าใครจิตอ่อนจะถูกผีสิงง่าย ตามหลักวิทยาศาสตร์จึงมีที่มาจากอาการนี้ แต่บางครั้งก็ไม่ใช่ว่าวิทยาศาสตร์จะอธิบายได้ทุกอย่าง เพราะไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีศาสตร์ที่เรียกว่า “ไสยศาสตร์” ขึ้นมา จริงไหมคะ?

ดังนั้นเราจึงอาจตีความได้ว่า ตัวละครเอมิเลียในหนังก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกหลอกหลอนโดยผีจากความคิดของตัวเอง นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอไม่สามารถกำจัดบาบาดุคได้เลย ไม่ว่าจะพยายามหนีไปที่ไหนก็ตาม เพราะเจ้าปีศาจนั้นอาศัยอยู่ในสมองของเธอ กัดกินความเศร้าในหัวใจเป็นอาหาร หรือในอีกทางหนึ่ง เราอาจสรุปได้ว่าบาบาดุคมีตัวตนอยู่จริง เป็นวิญญาณที่สิงสู่อยู่ในหนังสือนิทานเก่า และพร้อมจะออกมาหลอกหลอนใครก็ตามที่เปิดหนังสือเล่มนั้นขึ้นอ่านอีกครั้งก็ได้

 

 

สุดท้ายนี้ พี่ผ้าก็ขอเตือนให้ทุกคนรีบปิดไฟขึ้นเตียงนอนก่อนผีบาบาดุคจะมาเยี่ยมเยียนนะคะ ส่วนใครอ่านบทความนี้แล้วสนใจอยากตามไปดูหนัง The Babadook ก็ช่วยกันดูออนไลน์ผ่านช่องทางถูกลิขสิทธิ์ได้ที่แอป TrueID และเว็บไซต์ movie.trueid.net สัมผัสความขนหัวลุกได้ทั้งพากย์ไทยและซับไทยเลยค่ะ